ช่วงนี้เรามีเรื่องให้คิดเยอะและทำให้เครียดมากมายนัก
ไม่อยากจะคิดแต่ก้ออดเลิกคิดไม่ได้เลย
ยิ่งอยู่คนเดียวแล้วอยู่กับตัวเองก้อยิ่งฟุ้งซ่านเข้าไปอีก
ได้ไดอารี่นี่แหละมาช่วยระบายบ้างบางครั้ง คิดไรก้อเขียนระบายมันไปอย่างที่คิด
เมื่อวานเลยไม่ได้มาเขียนเพราะเกิดเรื่องกับโบ้ทซะก่อนปวดหัวมากมาย
เลยเอามาเขียนรวบยอดเอาวันนี้ทีเดียวเลยแล้วกัน
วัน อังคาร ที่ 10 มิถุนายน 2551
วันที่ 10 ของทุกเดือนก้อเป็นอีกวันที่ต้องลุ้นระทึกว่าเราจะได้เงินคืนกลับมาจากไมเนอร์เท่าไหร่
วันนี้เราก้อเลยตื่นมาประมาณ 10 โมงได้ก้ออาบน้ำแต่งตัวรีบไปธนาคารแต่เช้า
ไปถึงวันนี้ที่ธนาคารคนไม่เยอะเท่าไหร่ก้อทำได้รวดเร็วไม่ต้องรอคิว
แต่ถึงคนเยอะก้อแซงคิวเค้าทุกทีไม่เคยมารออยู่แล้วอ่ะนะ
เดือนนี้เค้าคืนมาแค่ 680000 เองอ่ะ คิดเห็นตัวเลขเครียดได้อีก
เฮ้อสิ้นปีจะมีเก็บถึง 2 ล้านกว่าไหมว่ะชั้น รีบประหยัดด่วนเลยนะเนี่ย
แถมวันนี้ก้อต้องจ่ายค่าอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย
ร่ายยาวมาเลยก้อแล้วกันนะ
ค่ารถแคมรี่ 16920 ค่ารถกะบะ 10025 ค่าเทอมปูโอนคืนพี่กัน 25000
แล้วก้อต้องไม่ลืมเงินเดือนตายายทั้ง 2 อีก 20000
เฮ้อ ค่าใช้จ่ายเยอะชะมัดเลยชั้นเนี่ย
แล้วก้อต่อด้วยไปเซ็นเอกสารทำบัตรเครดิตของธ.กรุงเทพเค้าให้ช่วยทำก้อทำ เอาไงก้อได้ชั้น
เสร็จเรียบร้อยแล้วก้อเข้าร้านไปนั่งเครียดดูยอดเงินตามปกติ
ทำบัญชีต่างๆนาๆทั้งหลายแหล่
แล้วก้อไปหน้าร้านทำงานรับออเดอร์ไปเรื่อยเปื่อยตามประสา
ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินไรเลย ใช้ไอ้เบิร์ดไปซื้อไรมาให้กินก่อนดีก่าเรา

บะหมี่ซี่โครงหมูต้มยำ
พอมาถึงบ่าย 3 ก้อไปนวดที่สปาตามเดิม
วันนี้ไปนวด AROMA เป็นนวดน้ำมัน มันได้ใจเลยอ่ะ
แต่วันนี้มาแปลกนวดไปคิดมากไป คิดทุกเรื่องทั้งเรื่องเงิน เรื่องโบ้ทอยู่ก้อๆคิดขึ้นมา
วันนี้คิดขึ้นมาว่าจะให้โบ้ทเรียนต่อดีหรือจะให้กลับมาดี
ชั่งน้ำหนักทั้ง 2 อย่าง แต่ถ้าดีกว่านั้นก้อเรียนต่อ
เพราะโบ้ทอยากเรียนต่อด้านมาร์เกตติ้งแล้วทำงานเก็บเงินไปด้วย
แต่ถ้ากลับมาเราก้อได้อยู่กับโบ้ทแล้วก้อไม่เหงาบวกกับมาเปิดธุรกิจไรที่เมืองไทย
แต่จิงๆแล้วคิดแล้วนั้นก้อรู้ว่าสิ่งที่ดีก้อคือให้โบ้ทเรียนต่อ
แต่เราทำไม่ได้อ่ะเพราะว่าเราอยู่คนเดียวแบบนี้ไม่ไหวแล้วอ่ะ ทรมาน
นวดเสร็จประมาณ 5 โมงก้อโทรหาโบ้ทเพราะวันนี้โบ้ทไม่ได้ทำงาน
แต่โบ้ทนอนอยู่ก้อเลยไม่ได้คุย เราก้อกลับมาบ้านว่าจะคุยกับโบ้ท

ก่อนเข้าบ้านซื้อมากินก่อน
ส้มตำไม่ได้เรื่องเลยอ่ะ กินไป 2 คำเองนอกนั้นก้อกินไก่ทอดดีก่า
แล้วโบ้ทก้อหายเงียบไปเลยอ่ะไม่ติดต่อมาจนถึงประมาณ 1 ทุ่ม โมโหมาก
นัดกันดิบดีว่าจะมาคุยกันตอน 5 โมงกว่าหายไปไหนไม่รู้
โบ้ทว่าไม่ได้ไปไหนเราไม่โทรไปหาเอง
ไม่โทรได้ไงว่ะเราโทรไปแล้วชัดๆก้อหลับอยู่นี่หว่า
แล้วก้อเลยคุยกับโบ้ทเรื่องให้โบ้ทเรียนต่อ
เท่านั้นล่ะก้อเป็นเรื่องเลย โบ้ทคาดคั้นให้เราตัดสินใจว่าจะเอาไงกันแน่
เพราะว่าจะซื้อรถเพื่อนจะขายรถให้ถูก เรางี้โกรธมากเลยอ่ะ ห่วงรถเนี่ยนะ
มันว่าถ้าเรียนต่อก้อต้องมีรถใช้ไปทำงานด้วยจะได้ไม่ลำบาก
เราก้อเออ ซึ้งอ่ะเรานั่งคิดเครียดตั้งนานตัดสินใจไม่ตก
แต่ก้อมาเร่งเอาคำตอบมันตอนนี้ เข้าใจเลยอ่ะ
เลยโทโหบวกปวดหัววางไปเลยไม่คุยแล้วอ่ะ กินยานอนดีก่า
เลยปิดมือถือ ปิดทุกอย่างจะนอน
โบ้ทก้อไม่วายโทรเข้าร้านให้เด็กที่ร้านมายืนตะโกนเรียกเราให้รับโทรศัพท์
แล้วก้อให้เพื่อนเราที่กรุงเทพโทรมาหาเรา วุ่นวายกันไปหมดเล้ย
เราเลยต้องตื่นมารับทะเลาะกันไปอีกยกว่าเราจะนอนปวดหัว
โบ้ทก้อบอกว่าอย่าทะเลาะกันเลย คุยกันดีๆจะเอายังไง
โบ้ทแล้วแต่แอนว่าจะกลับก้อได้ อยู่เรียนต่อก้อได้
แต่เราไม่กล้าตัดสินใจไงเพราะใจเราอ่ะอยากให้กลับแต่เรากลัวว่าโบ้ทอยากเรียนต่อ
ถ้าเราตัดสินใจไปว่าให้โบ้ทกลับก้อกลัวว่าโบ้ทจะเสียใจ
แต่เราก้อบอกไปว่าถ้าคิดเรียนต่อนะก้อขอห่างๆกันซักพักดีกว่าเราขอทำใจ
ขอลองอยู่คนเดียวให้ชนซักพักส่วนโบ้ทจะมีใครใหม่ก้อเชิญ
เพราะว่าถ้าโบ้ทเรียนต่อก้อคงอยู่นู่นอีกประมาณเกือบ 2 ปีแน่ะ
ซึ่งเรารู้ตัวดีว่าเราทนไม่ได้แน่นอน เลิกกันง่ายกว่าไหมอ่ะไม่ทรมานดี
โบ้ทก้อไม่ยอม คุยไปคุยมานานมากมาย
เลยตกลงกันว่าเออ โบ้ทจะกลับมาอยู่กับเราเพราะน่าจะดีที่สุด
สรุปก้อคือโบ้ทกลับมาแน่นอนเดือน ก.ค. ไม่เกินวันที่ 28 หรอกมั้ง
คิดๆดูแล้วเราเห็นแก่ตัวไปไหม
ก้อไม่หรอกเนอะ
วัน พุธ ที่ 11 มิถุนายน 2551
วันนี้เราไม่ได้ไปร้านค่ะสืบเนื่องจากเมื่อวานนั่นเอง ปวดหัวไปร้านไม่ไหว เพลียไงก้อไม่รู้
ก้อเลยนอนอยู่บ้านกลิ้งไปมาจนถึงประมาณเที่ยงได้ก้อตื่นมาคุยกับโบ้ท
คุย SKYPE ช่วยกันหาตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยราคาถูกๆหน่อย
จะได้เอาเงินมาผลาญในเมืองไทยจะดีกว่าอ่ะนะ
เลยได้ดูไปที่สายการบิน JET STAR อ่ะนะ โลว์คอสต์อ่ะแค่ 543 เหรียญเองอ่ะ
กับการบินไทยนั้น 762 เหรียญมั้ง ถูกกว่ากันเยอะอยู่
แต่การบินไทยนั้นบินวันที่ 23 ก.ค. ส่วน JETSTAR นั้นบินวันที่ 21 ก.ค.
จิงๆอยากได้ JETSTAR แต่ว่าวันที่ 21 โบ้ทต้องไปทำเรื่องเอาเงินออกจากธนาคารก่อน
เพราะว่าฝากประจำไว้ถ้าถอนก่อนหน้านี้จะสูญเงินค่าปรับและค่าดอกเบี้ยไปประมาณ 200 เหรียญ
ซึ่งคำนวนดูแล้วนั้นก้อพอๆกับการที่จะกลับการบินไทยนั่นเอง
เลยคิดกันว่ากลับการบินไทยก้อได้แม้จะถึงช้าไปอีกแค่ 2 วันก้อเถอะนะ
แต่ตอนนี้พรุ่งนี้โบ้ทก้อจะไปคุยกับเค้าอีกทีว่าขอเบิกเงินออกมาก่อนได้ไหม
ถ้าไม่ได้จิงๆก้อกลับการบินไทยก้อแล้วกันเนอะ
พอคุยกันเสร็จเราก้ออาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านไปขัดตัวที่สปาอีกแล้วเรา
เสร็จประมาณ 5 โมงก้อค่อยไปกินข้าวตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินเลยอ่ะ

กินกระเพราดีก่า ทางผ่านพอดี
กินเสร็จก้อเลยไปแวะไดร์ฟกอล์ฟดีกว่าไม่อยากรีบกลับบ้านอ่ะนะ

เย็นแล้วไม่ร้อนแล้วล่ะ

แอบถ่ายรูปตัวเองมาด้วย
ตีๆไปก้อดูท่าว่าฝนจะตกเลยรีบๆตีแล้วก้อกลับบ้านดีกว่า
แต่ก้อหนีไม่พ้นอ่ะเพราะว่าฝกตกอยู่ดี
ออกมาเปิดประตูบ้านเปียกฝนหมดเลยอ่ะ ฝนตกเหมือนพายุมากๆเลยอ่ะ
เลยขึ้นห้องมาแล้วก้ออาบน้ำเลยเดี๋ยวไม่สบายอ่ะนะ
แล้วก้อมานอนดูหนังเกาหลีต่อ ดูไปซักพักเบื่อๆก้อเลยมาเขียนไดอารี่ดีกว่า
แล้วก้อมีเรื่องเกิดขึ้นอีกแล้วคราวนี้เรื่องที่บ้าน
เพราะอาหนุ่ยโทรมาเล่าว่าร้องเก้าจะมานอนบ้านย่าซึ่งมันก้อปกติอ่ะนะ
เพราะว่าน้องเค้ามาเล่นกับน้องขุนซึ่งเค้าไปอยู่บ้านย่าเรียนเนติ
แต่วันนี้ไม่ปกติที่ว่าแม่น้องเก้ามานอนด้วยแล้วย่าไม่อยากให้นอน คือว่าไม่ไว้ใจอ่ะนะ
เลยโทรมาบอกอาหนุ่ยให้โทรไปคุยว่าให้กลับบ้านไป
ซึ่งเราก้อไม่ได้อะไร แต่เราสงสารน้องเก้าจังเลย คือว่าน้องคงเหงาอ่ะนะ
แต่ก้อทำไงได้ล่ะเราก้อต้องทำใจอ่ะเล่าให้เค้าฟังก้อไม่ได้
เพราะเค้าไม่อยากให้เราไปผัวพันไรมากมายเพราะกลัวว่าแม่น้องเก้ามายุ่งเรื่องเงินกับเรา
แล้วกลัวเราอ่ะใจอ่อนเพราะเราเป็นคนใจอ่อนนั่นเอง
เราเลยโทรไปหาย่าย่าว่าย่าไม่ไว้ใจเพราะพ่อเราก้อตายแบบแปลกๆ
คือว่าตายกระทันหันเราก้อเพิ่งรู้ว่าย่าคิดวไปด้วยว่าอานกทำให้พ่อตายรึเปล่าก้อไม่รู้
แต่ญาติๆเรานั้นเค้าสงสัยกันมากมานแต่ไม่มีใครบอกเราเพราะเค้าเป็นคนอยู่กับพ่อคนสุดท้าย
เราก้อ เออนะคิดกันไปได้เอาไงก้อแล้วแต่แล้วกัน
แต่ย่าว่าถ้าน้องเก้ามานอนคนเดียวอ่ะได้แต่ถ้าอานกแม่น้องเก้ามาด้วยอ่ะย่าไม่ยอม
เราเลยต้องโทรไปหาร้องเก้าอีกว่าเป็นไง ร้องไห้ไหม เหงาไหม
ซึ่งน้องก้อว่าไม่ได้ร้องเราเลยอธิบายให้น้องฟังไปว่าถ้าจะไปนอนกับย่ากับพี่ขุนอ่ะนอนได้
แต่แม่อ่ะไปไม่ได้เพราะแม่ต้องเฝ้าบ้านอย่ามาพากันไปนอนหมดงี้อ่ะมันไม่ได้
เพราะฉะนั้นวันไหนที่จะมานอนกับพี่ขุนนั้นบอกแม่เก้าว่าให้แม่ไม่ต้องไป
ให้แม่อ่ะนอนที่บ้านคนเดียวไปนั่นแหละไม่ต้องไปกับเก้า
ซึ่งน้องก้อเข้าใจดีและไม่ได้ร้องไห้แล้วเราก้อวางกันไป
คือตอนนี้อานกแม่น้องเก้าเค้าอยู่บ้านคนเดียวอ่ะนะถ้าน้องเก้ามานอนกับย่า
เพราะว่าแม่อานกเค้ากลับบ้านนอกไปแล้วแล้วเค้าคงกลัวอยู่คนเดียวไม่ได้
เออ กูล่ะเชื่อเลยอ่ะแม่งกลัวผัวตัวเอง บ้าป่าวว่ะเนี่ย
ส่วนเราอ่ะเหรอเลยต้องมานั่งเครียดกับไอ้เรื่องพวกนี้ได้ทั้งวี่ทั้งวัน
โทรไปหาโบ้ทว่าจะระบายให้ฟังกลับยังไม่กลับบ้านแถมคุยกับเราไม่ได้อีกต่างหาก
เพราะอยู่กับอีผู้จัดการที่เป็นกระเทยแล้วชอบโบ้ท
ซึ่งเราถามว่าอยู่กับใครโบ้ทว่าอยู่กับพี่เค้า
แล้วอีกระเทยนั่นบอกว่าบอกค้าไปดิว่าอยู่กับเมีย
เออ ไม่ได้หึงนะแต่ขำดีอ่ะ โบ้ทนี่ดึงดูดใจเกย์และกระเทยมากจิงๆเลยนะเนี่ย
แต่ก้อเซ้งมี่ว่าไม่มีใครให้คุยด้วยระบายด้วยก้อเลยเบื่อก้อเท่านั้น
ก้อเลยมาละเลงกับไดอารี่นี่แหละสะใจดี
เฮ็อวันนี้ก้อมีเรื่องเครียดเท่านี้ล่ะ
ไปดีก่าปวดหัวจัว ปวดข้างเดียวข้างขวาจนหน้าด้านขวาจะชาทั้งหน้าแล้วอ่ะ
รู้ตัวว่าคงเป็นหนักนะแต่ก้อทำไงอ่ะมันเลิกคิดไม่ได้
กลับกรุงเทพไป x-ray สมองดีก่าว่าเป็นไรมากไหมเนี่ยเรา
แต่โบ้ทบอกว่าโบ้ทเป็นยาขนานดีรับรองถ้าโบ้ทกลับมาไทยเราหายปวดหัวชัวร์
หวังว่าจะเป็นงั้นนะหรืออาจจะปวดมากกว่าเดิมก้อได้นิ
555555555555555