เมื่อวานนี้ไม่ได้เขียนไดอารี่
เนื่องจากว่ามีเรื่องราวที่น่าปวดหัวครั้งใหญ่เกิดขึ้น
เลยไม่สามารถมาเขียนไดอารี่ได้เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการนอนร้องไห้
วันนี้เลยมาเขียนย้อนหลังอีกแล้วเรา
เพราะตอนนี้ก้อเริ่มดีขึ้นแล้วนะหลังจากวันนี้เป็นหมาหงอยไปทั้งวัน
เอาล่ะมาเริ่มเรื่องเมื่อวานกันก่อนแล้วกันดีกว่าเรา
วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฏาคม 2551
วันนี้ตื่นมาแต่เช้าเลยล่ะตื่นมาประมาณ 7 โมงเพราะว่าวันนี้ต้องไปออกรอบ
แต่ว่าตื่นมาก้อ งง ว่าเอทำไม UBC มัน LOW SIGNAL ว่ะ
เลยมาเปิดหน้าต่างห้องดูเลยรู้ว่าฝนตกปรอยๆนั่นเอง
เอาล่ะซิแล้วชั้นจะออกรอบได้ไหมหว่าวันนี้
ก้อเลยนอนต่อจนถึง 7.30 น.แล้วก้อเลยตัดสินใจออกไปซื้อข้าวมันไก่ก่อนดีกว่า
กลับมาป๊าก้อตื่นแล้วแต่คุณนายยังไม่ตื่นเลย
เลยถามว่าไปไหม เค้าว่าไปเพราะตอนนั้นฝนก้อเริ่มซาแล้วล่ะ
เราเลยขึ้นห้องมาอาบร้ำแต่งตัวที่บ้านก้อเรียกลงไปกินข้าว
เราลงไปเค้าก้อยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัวกันเลยล่ะ เราเลยนั่งกินข้าวไปเรื่อยเปื่อย

ข้าวมันไก่อร่อยมาก
ร้านข้าวมันไก่ร้านนี้อร่อยนะ อร่อยที่สุดในลำปางแล้วล่ะ
แต่ว่ามันมักจะหมดแต่เช้าเราเลยไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่เพราะตื่นไม่ทันซักที
วันนี้ก้อออกจากบ้านกันตอน 9 โมงกว่าๆก้อขับรถไปสนามกอล์ฟแม่เมาะ
โดยเราขับอีกตามเคย เบื่อจังช่วงนี้ขับรถจนเอียนเลยอ่ะ
ไปถึงก้อจ่ายเงินจ่ายทองให้เรียบร้อย
สนามแม่เมาะนี้เป็นของรัฐวิสาหะกิจเพราะเป็นของการไฟฟ้า
เพราะฉะนั้นค่ากรีนฟีเลยถูกบวกกับเราสมัครสมาชิกไว้ด้วยเลยถูกเข้าไปอีก
สมัครสมาชิกไปปีละ 2000 บาทต่ะคนเองอ่ะ
เพราะฉะนั้นค่ากรีนฟีจาก 500 ก้อเหลือแค่ 250 บาทเท่านั้น
แล้วก้อบวกค่าแคดดี้อีก 180 บาท แล้วก้อรถกอล์ฟอีกคันละ 600 บาท 18 หลุม
สรุปวันนี้ 3 คนจ่ายไป 2490 บาท เอง ถูกดีนะ สนามก้อใกล้บ้านด้วย
แค่ประมาณ 30 นาทีก้อถึงแล้วดีจังเลย
แถมสนามที่นี่เราว่าสวยกว่าสนามกรีนวัลลเล่ห์ที่เชียงใหม่ซะอีกนะเนี่ย
พอจ่ายเงินเสร็จก้อลงไปแต่งตัวทาครีมเก็บของเข้าล็อคเกอร์ให้เรียบร้อย
แต่ห้องอาบน้ำเค้าไม่สวยอ่ะแต่คลับเฮาส์เค้าสวยนะ โอเคเลยล่ะ

พร้อมลุยแล้วจ้า
ออกรอบกันไปตอน 10 โมงกว่าๆได้ก้อตีแบบอากาศก้อค่อนข้างจะดีนะ ไม่มีแดดเท่าไหร่
แต่ก้อมีตีกลางฝนเหมือนกันแต่ฝนปรอยๆนะไม่แรงก้อตีได้สบายไม่มีแดด

ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อย
พอตอนประมาณเที่ยงก้อแวะกินข้าวก่อนเริ่มหลุด 10อ่ะนะ กินข้าวเอาแรงก่อน

คุณนายเค้าตีบ่อยดำเมี่ยงเลยเห็นม่ะ
เรากินมาม่าต้มยำเสร็จก้อตีกันต่อเลยที่หลุม 10
9 หลุมแรกเราได้ 61 แน่ะก้อเยอะนะ เรื่องเดิมๆคือพัทไม่ดีนั่นเอง เซ็งชะมัดเลยอ่ะ
แต่พอเริ่ม 9 หลุมหลังก้อฝนเริ่มตกเยอะกว่าเก่าแต่ก้อตีได้นะ
พอมาถึงหลุม 15 ได้มั้งฝนตกหนักลงมาเลยอ่ะ
เลยต้องพักตรงศาลาก่อนประมาณคึ่งชั่วโมงได้
พอฝนซาก้อตีมันต่อเลยกลางฝนมันนั่นล่ะ เปียกกันไปเลย
แล้วเราก้อเกลียดฝนมากถึงมากที่สุดก้อทนตีไปบ่นไม่ได้อ่ะนะ
ไม่รู้ทำไมเราถึงไม่ชอบฝนเอาซะเลย ไม่ชอบให้มันมาเปียกโดนตัวเลยล่ะ
เรารู้สึกว่ามันทำให้เราเหนียวๆเหม็นๆแล้วก้อผดขึ้นไงไม่รู้ไม่ช้อบ ไม่ชอบเลย

ถ่ายรูปเล่นระหว่างฝนตก

คุณนายแอบถ่ายเรา
พอตีเสร็จก้อปาไปเกือบ 4 โมงได้แล้วมั้งก้อเลยไปอาบน้ำแต่งตัวกลับบ้าน
วันนี้ 9 หลุมหลังเราตีได้ 63 แน่ะ แย่กว่าเดิมอีกนะเนี่ย
แถมโดนกินตังค์หมดตูดเลยอ่ะ เซ็งชะมัดเลยชั้นยิ่งตียิ่งแย่
เราอ่ะมีสโลแกนประจำตัวด้วยนะตีกอล์ฟเนี่ย
" ตีไกล ไดร์ฟตรง ถึงธง จ่ายตังค์ "
แล้วก้อเป็นงี้ทุกหลุมอ่ะ ออก TEE-OFF ไปนี่ 200 หลาเลยนะ
ประมาณว่า PAR 4 นี่ ตี 2 ทีไม่ก้อ 3 ทีนี่ออนเลยนะ
แต่แม่งพัทนี่ห่วยบรมเลยอ่ะ เราจะแก้ไงดีว่ะเนี่ย
แต่เราว่าเราอ่ะเร็วไปคือประมาณว่าไม่ดู LINE ให้ดีๆก้อพัทว่างั้น
คงต้องฝึกให้ใจเย็นๆมีสมาธิกว่านี้ก้อคงจะดีขึ้นละ

แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
แล้วก้อขับรถกลับแต่ก้อเข้าร้านนะไม่ได้กลับบ้านหรอกกลัวลูกค้าเยอะอ่ะ
กลับมาก้อไม่มีไรเดินไป เดินมาไปเรื่อยเปื่อยตามปกติ
จนเกิดเรื่องที่ทำให้เราปวดหัวครั้งใหญ่นั่นล่ะ
นั่นก้อคือน้องเก้าโทรมาขอเงินเนื่องจากว่าเงินหมดแล้ว
คราวนั้นที่เราแอบให้ไป 2000 บาทหมดแล้วนั่นเอง
เราว่าเราให้ไปเมื่อเดือนที่แล้วได้มั้งต้องดูจากในไดอารี่นี่ล่ะเพราะเราเขียนไว้
แล้ววันนี้มาขออีกแล้ว ปวดหัวไปเลยอ่ะ
แต่ตอนนี้เราเล่าให้ที่บ้านฟังแล้วว่าน้องมาขอ
ที่บ้านเราก้อว่าอย่าไปให้ แต่ไม่ได้ว่าไม่ให้น้องเก้านะ
แต่ว่าแม่มันอ่ะต้องรับผิดชอบลูกเค้าเองไม่ใช่มาขอที่เรา
เราเลยบอกร้องไปแล้วก้อวางไปเลย
แต่อาหนุ่ยบอกว่าให้โทรไปคุยกับอานกแม่น้องเก้าเลยว่าน้องโทรมาขอ
ซึ่งเราว่าเค้าก้อคงรู้อยู่แล้วล่ะว่าน้องโทรมาขอเงินอ่ะ
เราเลยโทรไปว่าเนี่ยน้องโทรมาขอเงินนะ ให้เอาที่อานกไม่ใช่มาขอที่แอน
เค้าเลยบอกว่าก้ออาหนุ่ยคุยวันนั้นที่กรุงเทพที่พ่อเราตายอ่ะตอนงานศพ
ว่าเค้าจะรับผิดชอบเรื่องน้องเก้า
ซึ่งเราก้อเคยไปบอกไปตั้งแต่รอบที่แล้วแล้วว่าไม่ใช่เลย
เค้าบอกว่าแค่รเองค่าเทอมน้องกับเรื่องบ้านที่เค้าอาศัยอยู่ทุกวันนี้
เราเลยให้เค้าคุยกับอาหนุ่ยเองเลยก้อแล้วกัน
เค้าเลยทะเลาะกัน อาหนุ่ยก้อว่าเค้าไปหลายอย่าง
ประมาณว่าเค้ามีลูกมา 1 คนเค้าเลี้ยงดูไม่ได้เลยเหรอไงกัน
ที่อาเราทำให้จ่ายค่าเทอมน้องให้ ออกเงินค่าบ่านให้เนี่ยก้อเพื่อพ่อเรา
คือว่าทำเพื่อพี่ชายเค้าที่ตายไป คือพ่อเรานั่นเอง
แต่นี่จะมาขออะไรซะทุกอย่างทั้งๆที่จิงๆมันไม่ใช่หน้าที่เค้าเลยด้วย
แต่นังอีนกนั่นก้อยืนยันว่าวันนั้นอาหนุ่ยพูดงั้นบ้านเค้าก้อว่าพูดงั้นเข้าใจงั้น
แต่เราและบ้านเราอ่ะยืนยันได้ว่าไม่ได้พูดงั้น
เราพูดกันแค่ว่าเรื่องบ้านกับเรื่องค่าเทอมเรื่องเรียน
เค้าเลยว่าๆกันไป
แต่อีนังนกนั่นมันก้อมาขู่อาหนุ่ยว่างั้นเค้าจะเอาเก้าออกจากโรงเรียน
ประมาณว่าจะเอาน้องเก้าไปอยู่ที่อื่น
อาหนุ่ยเลยด่าว่าเอาไปเลย ไม่ต้องมาขู่เค้า
แล้วก้อวางกันไปโดยให้เค้าไปคิดให้ดีว่าที่วันนั้นที่อาหนุ่ยพูดอ่ะเป็นไงกันแน่
เราเลยมานั่งคุยกับที่บ้านเราทั้งอาหนุ่ย อายุทธ
เค้าก้สอนเราประมาณว่าอย่าไปให้เงินเพราะอานกรู้ว่าเราอ่ะมีเงิน
แล้วเราอ่ะก้อเป็นบ่อให้เค้ามากอบโกยเงินไปโดยเอาน้องมาอ้าง
เราก้อเครียดดิ อีกคนก้อน้อง อีกคนก้อที่บ้านเรา
แต่เราก้อร้องไห้นะแต่ไม่มากเท่าไหร่เพราะไม่กล้าอ่ะกลัวเค้าคิดมากกัน
พอไปกินข้าวก้อกินไม่ลงเท่าไหร่นักหรอกนะ
เค้าก้สอนไปเรื่อยว่าถ้าเราให้เราก้อจะพัวพัน
ต่อไปหากเราแต่งงานกับโบ้ทแล้วถ้าเค้ามาขอแล้วโบ้ทมีปัญหาล่ะ
แล้วมันก้อจะกลายเป็นปัญหาครอบครัวชีวิตคู่เราก้อจะไม่มีความสุข
เราก้อเข้าใจเค้านะ เราก้อต้องพยายามทำใจ
เพราะว่าถ้าเค้าเอาน้องเก้าไปจิงๆเท่ากับว่าเราคงไม่ได้เจอน้องเก้าอีกแล้ว
แล้วเราจะทำไงล่ะ
ทำไมเราต้องเป็นคนใจอ่อนแบบนี้นะทำไมเราใจไม่แข็งเลยล่ะ
ทั้งๆที่น้องเป็นน้องคนละแม่เราเลยด้วยซ้ำ
แล้ววันนี้ตอนกินข้าวก้อคุยเรื่องอนาคตเรื่องขยายร้านทำธุกิจต่อไป
เค้าก้อว่าเรื่องเงินสิ้นปีที่ได้จากร้าน PIZZA ปีนี้อ่ะ
คือเค้าไม่เอาถ้าได้กำไรมา 2 ล้านเค้าก้อไม่เอาเลย เค้าให้เราหมดเลย
แต่ให้ในที่นี้ก้อคือว่าเก็บเอาไว้เพื่อที่ว่าต่อไปเราจะเปิดหรือขยายธุรกิจอะไรอีก
เพราะปกติปีก่อนๆเค้าจะโอนเงินกลับกรุงเทพเอาไปรวมเงินกับที่ร้านปืน
คือเค้าคิดว่าถ้าเราจะเปิดธุรกิจไรให้เอาเงินนนี้ล่ะใช้
สมมุติว่า SWENSENS ขาย 5 ล้านเรามี 2 ล้านก้อกู้เอาเองอีก 3 ล้าน
จะได้ไม่ต้องไปชักเงินจากร้านปืนมาทำธุรกิจอีก
คือแยกกันไปเลย เราก้อว่าโอเคนะ
คือเค้าว่าถ้าเรากับโบ้ทอยากเปิดหรือทำไรก้อเอาเงินนี้ล่ะไปใช้
ก้อดีต่อไปเราก้อคงต้องประหยัดมากขึ้นอีกแล้วล่ะซิ มันยากนะเนี่ย
แต่ก้อนะเราก้อต้องทำได้ดิ
แต่ช่วงนี้ร้าน PIZZA ก้อโอเคนะแต่กำไรมันจะไปเยอะเท่าร้านปืนได้ไงว่ะ
ร้านปืนปีๆนึงขายได้เป็นร้อยล้านแต่ของเราขายได้แค่ 20 ล้าน
กำไรก้อเหลือแค่ 2 ล้านเองมั้งส่วนร้านปืนอ่ะเหรอกำไรไม่ต่ำกว่า 50 ล้าน
ดีนะที่บ้าน รถส่วนใหญ่เอาเงินร้านปืนจ่ายไม่งั้นร้านพิซซ่าคงส่งไม่ไหวอ่ะ
แล้วที่สำคัญบัตรเครดิตร้านปืนจ่ายนั่นเองที่บ้านเราเลยรูดกระหน่ำกันไปเลยล่ะ อิอิ
พอกลับมาถึงบ้านก้อมาอาบน้ำแต่งตัวคุยกับโบ้ทเล่าให้โบ้ทฟัง
โบ้ทก้อเหมือนจะเข้าใจและไม่เข้าใจ
โบ้ทก้อว่าถ้ากลัวน้องไปก้อส่งเงินไปให้ซิ
ซึ่งปัญหามันไม่ใชตรงนี้ไงเรื่องมันถึงผู้ใหญ่ไปแล้วเราทำไรไม่ได้แล้ว
อีกอย่างมันก้อจิงอยากที่ที่บ้านเราว่า
ถ้าเราให้ตอนนี้เค้าก้อจะมาขอเรื่อยๆแล้วต่อไปโบ้ทจะรับได้หรือไง
เลยคุยกันไปเลยหงุดหงิดทะเลาะกับโบ้ทเลยชั้น
ไม่ได้โกรธโบ้ทนะเรารู้ว่าโบ้ทพยายามปลอบเรา
แต่คือเราไม่มีอารมณ์แล้วไง หงุดหงิด ปวดหัวร้องไห้หนักมาก
เลยวางไปแล้วกินยานอนหลับแล้วนอนอ่ะ ปวดหัวมาก
ร้องไห้จนหมดแรงเลยอ่ะ
เพราะตอนนี้ทีเราทำก้อคือกำลังทำใจให้ได้หากน้องเก้าต้องไปอยู่กับแม่มัน
วันศุกร์ที่ 4 กรกฏาคม 2551
วันนี้ตื่นมาด้วยอาการตาบวมขั้นสูงสุดประหนึ่งลืมตาแทบไม่ได้
ตื่นมาตอน 9 โมงได้ก้อนอนกลิ้งไปมาบนเตียงแบบเซ็งๆอ่ะ เบื่อจัง
กว่าจะได้อาบน้ำแต่งตัวออกจากบ้านก้อปาไปเกือบ 10.30 น.แล้วล่ะ
ลงไปข้างล่างเจอที่บ้านก้อต้องฝืนยิ้มไว้เดี๋ยวเค้าไม่สบายใจ
พอไปร้านเช้านี้ก้อกินกาแฟเนเจอร์กิฟลดความอ้วน
ไปถึงร้านก้อทำงานแบบหงอยไม่คุยกับพนักงานที่ร้านนนักเท่าไหร่
พอบ่าย 2 ก้ออกจากร้านไปส่งจดหมายให้ลูกค้าแล้วก้อแวะกินข้าวด้วยเลย

ข้าวเช้ากระเพรามากินเอาตอนบ่าย 2
กินเสร็จก้อไปเอาของที่สยามเฟิลส์ให้ที่บ้านแล้วก้อเข้าร้าน
เข้าร้านมาก้อไม่มีไรทำมากมายเพราะเขียน roster เสร็จแล้ว
ก้อเลยเอาเงินทิปมานั่งนับให้เด็กที่ร้านเล่นไปเรื่อย

เหรียญตรึมเลย
นั่งนับไปแบบเบื่อๆเซ็งๆ นับเสร็จไดมาทั้งหมดก้อ 2200 บาทแน่ะก้อเยอะนะ
แล้วก้อเลยเอาไปให้ DUTY เอาไปแบ่งให้เด็กกันเองเราไม่เกียว
แล้วที่บ้านเราก้อมาร้านประมาณบ่าย 3แล้วล่ะ
ตอนแรกบอกเราว่าจะไปออกรอบกันอีกแต่เราไม่ได้ไปเค้าเลยไม่ไปกัน
สงสัยไม่มีเราไปไม่รู้จะกินเงินใครมั้งเนี่ย เมื่อวานเราก้อเสียหมดคัวแล้วล่ะ
ก้อเลยทำงาน ทำนู่นนี่ไปเรื่อย
จนประมาณ 6 โมงที่บ้านก้อถามเป็นไงไม หงอยๆ
เด็กที่ร้านก้อถามประมาณว่าสงสัยมาตั้งแต่เช้าแล้วแต่ไม่กล้าถามเรา
เราเลยเล่าให้ที่บ้านเราฟังว่าเราเครียดมาก เค้าเลยบอกว่าอย่าคิดมาก
เราก้อเออฟังๆไว้แม้รู้ว่าทำไม่ได้ก้อตาม
วันนี้ที่บ้านเรากลับมาบ้านก่อนมาทำกับข้าว
แต่เราบอกเค้าแล้วว่าเราไม่กินนะลดควาดอ้วนอ่ะ เค้าก้อไม่ว่าไร
เราก้อกลับเข้าบ้านมาตอน 2 ทุ่มแล้วล่ะ
เข้ามาบ้านเค้ากินข้าวกันอยู่ก้อคุยกันนิดนึงแล้วก้อขึ้นห้องมาอาบน้ำ
แล้วก้อมานั่งคุยกับโบ้ทไปเรื่อยเปื่อยแล้วก้อวางไป
เพราะว่าเราปวดหัวง่วงนอนด้วยล่ะ
แต่วางไปนอนดู GOSSIP GIRL ได้แปบนึงก้อดันไม่ง่วงแล้วอ่ะ
ดูจนจบแล้วก้อเลยลุกมาเขียนไดอารี่ก่อนนอนนี่ล่ะ
เออ อาทิตย์หน้าไปออกรอบอีกแล้ววันจันทร์นี้อีก 1 รอบที่แม่เมาะตามเดิม
แต่ที่วางแผนไว้คือออกรอบอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ไม่ดำให้รู้ไป
แต่ก่อนดำนี่ตังค์หมดพอดีแน่นอนเลยชั้น
เพราะคิดๆดูแล้วถ้าไปแม่เมาะออกรอบนั้นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ก้อตกเดือนละ 8 ครั้ง ครั้งละตก 3000 บาท ก้อตกเดือนละ 24000 บาทแน่ะ
ไม่รวมค่าน้ำมัน ค่าจิปาถะนะเนี่ย แม่งตายห่าแล้วร้านพิซซ่าชั้นจะเจ๊งก้อคราวนี้ล่ะ
ยังดีนะที่คิดแค่ไปแม่เมาะถ้าไปเชียงใหม่นี่คงแพงกว่านี้แน่นอนเลยล่ะ
แต่ที่บ้านบอกว่าตอนนี้ยังไม่ไปเชียงใหม่หรอก
เพราะว่ารอโบ้ทกลับมาแล้วไปตระเวนออกรอบด้วยกันที่เชียงใหม่กับเชียงรายดีกว่า
ประมาณว่ารอโบ้ทไปด้วยกันสงสารโบ้ทมันที่บ้านบอก
แหม นายว่าที่ลูกเขยสุดที่รักชั้นเลยอดไปตีเชียงใหม่เลย
แต่ก้อยอมนะรอโบ้ทดีกว่าจะได้ไปกัน 4 คนสนุกดีอ่ะเนอะ
แล้วยิ่งถ้ามาครบก๊วนกันจิงๆนี่ยิ่งสนุกนะ
เพราะบ้านเรามีกันทั้งหมด 4 คู่นั่นเอง
มีอายุทธอาหนุ่ย พี่โต้งพี่กัน เรากับโบ้ท แล้วก้อเปิ้ลกับน้องเอ็ม
มี 3 พี่น้องมีเราพี่น้องเอ็มแล้วก้อ 2 ว่าที่ลูกเขยกับ 1 ว่าที่ลูกสะใภ้
นั่นก้อคือพี่โต้งกับโบ้ทแล้วก้อเปิ้ลนั่นเอง
ตรกันมันทั้งบ้านไม่จนเร็วให้มันรู้กันไปดีเนอะ
ว่าแล้วไปนอนดีก่าก่อนที่เราจะคิดมากอีกแล้วก้อหงอยไปอีกรอบ
หวังว่าพรุ่งนี้เราคงจะเลิกหงอยนะ ขอร้องล่ะ